วันพุธที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

กิจกรรมสัปดาห์ที่ 4 ศึกษาด้วยตนเองเนื้อหาในระบบ e-Learning

แบบฝึกหัดบันทึกลงใน Blogger

1.       สิ่งสำคัญเบื้องต้นของการประสานงานมีอะไรบ้าง

            1. การจัดวางหน่วยงานที่ง่ายและเหมาะสม
           2. การมีโครงการและนโยบายอันสอดคล้องกัน
           3. การมีวิธีติดต่องานภายในองค์การที่ทำไว้ดี
           4. มีเหตุที่ช่วยให้มีการประสานงานโดยสมัครใจ
           5. การประสานงานโดยวิธีควบคุม

2.       เทคนิคการประสานงาน (Techniques Coordination) มีอะไรบ้าง

           1. จัดให้มีระบบการติดต่อสื่อสารทั้งภายในหน่วยงานและภายนอกหน่วยงานอย่างมีประสิทธิภาพ
           2. การกำหนดอำนาจหน้าที่และตำแหน่งงานอย่างชัดเจน
           3. การสั่งการและการมอบหมายอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ
           4. การใช้คณะกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ประสานงานโดยเฉพาะการประสานงานภายในองค์การ
           5. การจัดให้มีการประสานงานระหว่างพนักงานในองค์การ
           6. การจัดให้มีการฝึกอบรมและพัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชา
           7. การติดตามผล


3.       จงอธิบายอุปสรรคของการประสานงาน มาพอเข้าใจ

     1. การขาดความเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างผู้ปฏิบัติงานด้วยกันจะกลายเป็นสาเหตุทำให้การติดต่อประสานงานที่ควรดำเนินไปด้วยดี ไม่สามารถกระทำได้
      2. การขาดผู้บังคับบัญชาหรือผู้บริหารที่มีความสามารถ
      3. การปฏิบัติงานไม่มีแผน ซึ่งเป็นการยากที่จะให้บุคคลอื่น ๆ ทราบวัตถุประสงค์และวิธีการในการทำงาน
      4. การก้าวก่ายหน้าที่การงาน
      5. การขาดการติดต่อสื่อสารที่ดีย่อมทำให้การทำงานเป็นระบบที่ดีของความร่วมมือขาดความเข้าใจซึ่งกันและกัน
      6. การขาดการนิเทศงานที่ดี
      7. ความแตกต่างกันในสภาพและสิ่งแวดล้อม
      8. การดำเนินนโยบายต่างกันเป็นอุปสรรคต่อการประสานงาน
      9. ประสิทธิภาพของหน่วยงานต่างกันจะเป็นการยากที่จะก่อให้เกิดมีความร่วมมือและประสานงานกันเพราะแสดงว่ามีฝีมือคนละชั้น
   10. การทำหน้าที่ความรับผิดชอบและอำนาจไม่ชัดแจ้งทำให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความกังวลใจและอาจไปก้าวก่ายงานของบุคคลอื่นก็ได้
  11. ระยะทางติดต่อห่างไกลกัน


  12. เทคนิคและวิธีการปฏิบัติงานในแต่ละหน่วยงานแตกต่างกันเนื่องมาจากการกุมอำนาจหรือการกระจายอำนาจมากเกินไป

แบบฝึกหัดท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ 9


การรายงานผลมีความสำคัญอย่างไร ต่อการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้

การรายงานผลมีความสำคัญ ต่อศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้เพราะจะแสดงข้อมูลการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบให้กับผู้ดูแล หรือผู้บังคับบัญชาหรือบุคคล ประชาชนทั่วไปให้ได้รับรู้ถึงผลการดำเนินงานว่าเป็นอย่างไรบ้าง และสามารถนำผลงานดำเนินงานนั้นๆ มาแก้ไขปรับปรุงในส่วนที่บกพร่องในงานครั้งต่อไปได้

คำถามท้ายหน่วยการเรียนรู้ ประเภท และหลักการจัดหาทรัพยากรการเรียนรู้

1.ข่าวของมหาวิทยาลัยบูรพาในหน้าหนังสือพิมพ์จัดอยู่ในประเภทของทรัพยากรการเรียนรู้ใด และมีชื่อเรียกว่าอะไร

จัดอยู่ในประเภทของทรัพยากรการเรียนรู้ สื่อทรัพยากรการเรียนรู้ที่ตีพิมพ์    สิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง

2.     ถ้าต้องการคัดเลือกสื่อวีดิทัศน์มาให้บริการนิสิตจะมีหลักการอย่างไรในการคัดเลือกสื่อดังกล่าว

กำหนดเกณฑ์การประเมินเพื่อคัดเลือกทรัพยากรการเรียนรู้แต่ละประเภทให้ชัดเจน
 ต้องสัมพันธ์กับหลักสูตรการเรียนการสอนในสถานศึกษานั้น ๆ
เนื้อหาถูกต้อง ทันสมัย น่าสนใจ น าเสนอเนื้อหาได้ดีเป็นลำดับขั้นตอน
 เหมาะสมกับวัย ระดับชั้น ความรู้ และประสบการณ์
สื่อทรัพยากรการเรียนรู้ที่ไม่ตีพิมพ์ สะดวกในการใช้ ไม่ซับซ้อนยุ่งยากจนเกินไป
สื่อทรัพยากรการเรียนรู้ที่ไม่ตีพิมพ์ มีคุณภาพ มีเทคนิคการผลิตที่ดี มีความชัดเจนและเป็นจริง
สื่อทรัพยากรการเรียนรู้ที่ไม่ตีพิมพ์ ราคาไม่แพงเกินไป
สื่อทรัพยากรการเรียนรู้ที่ไม่ตีพิมพ์ ถ้าจะผลิตเองควรคุ้มกับเวลาและการลงทุน

 3. การจัดซื้อทรัพยาการเรียนรู้มีกี่วิธีการ อะไรบ้าง

1.จัดซื้อ ตามความต้องการของหน่วยงานเป้าหมายที่จะมาใช้บริการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ ได้แก่
 1.1 สั่งซื้อโดยตรง : ในประเทศ / ต่างประเทศ
 1.2 สั่งซื้อผ่านร้าน/ตัวแทนจ าหน่าย : ในประเทศ / ต่างประเทศ
1.3 เว็บไซต์ : ในประเทศ / ต่างประเทศ
1.4 จัดซื้อในรูปภาคีร่วมกับศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้สถาบันอุดมศึกษาอื่นๆ
2. รับบริจาค : องค์กร/หน่วยงานที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูล บุคคล
 3. ผลิตเอง : วีดิทัศน์ ภาพถ่าย บันทึกการประชุม/สัมมนา สแกนภาพ
 4. แลกเปลี่ยน : ในการให้บริการระหว่างศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ใน
เครือข่าย

วันพุธที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

กิจกรรมท้ายหน่วยการเรียนรู้ โครงสร้างองค์กร

กิจกรรมท้ายหน่วยการเรียนรู้
 ให้นิสิตแต่ละคนหาตัวอย่างผังโครงสร้างของศูนย์
ทรัพยากรการเรียนรู้ มาคนละ 2 ผังโครงสร้าง พร้อมเขียน
อธิบายดังนี้

   สถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินและทรัพยากรธรณีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 
                เฉลิมพระเกียรติ  มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา




 โครงสร้างดังกล่าวเป็นโครงสร้างเป็นแบบ Line Organization
เพราะเป็นรูปแบบการจัดโครงสร้างตามงานที่รับผิดชอบในอำนาจหน้าที่กันเป็นขั้น ๆจากระดับสูงสุดไปจนกระทั่งต่ำสุด








องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ






เป็นแบบ Line and Staff Organization เป็นรูปแบบ
การจัดโครงสร้างสำหรับหน่วยงานขนาดใหญ่ ซึ่งล าพัง
ผู้บริหารคนเดียวไม่สามารถด าเนินการได้ จึงมีในรูปแบบของ
คณะกรรมการต่าง ๆ เข้ามาเป็นผู้ช่วยควบคุมการท างานโดย

มีอำนาจทางอ้อมในการดำเนินการนั้น ๆ
อ้างอิงจาก 



กิจกรรมท้ายหน่วยการเรียนรู้ หลักการวางแผน (Planning)

ให้นิสิตแต่ละคน หาตัวอย่างของศูนย์สำหรับการศึกษาตาม
อัธยาศัยมา คนละ 1 ศูนย์ โดยสืบค้นในระบบเครือข่าย และต้อง
อธิบายดังรายละเอียดต่อไปนี้ 
1. นโยบาย ของศูนย์ วิสัยทัศน์ และกลุ่มเป้าหมายของศูนย์

ห้องสมุดประชาขน จังหวัดน่าน


วิสัยทัศน์  เป็นเเหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ให้ความรู้ทางพลังปัญญาเสริมสร้างความเข้มเเข็งให้กับชุมชม สามารถพึ่งพาตนเองได้ เเละนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ได้อย่างมีความสุข

พันธกิจ พัฒนาห้องสมุดประชาชนจังหวัดน่านให้เป็นห้องสมุดมีชีวิต โดยใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการให้บริการเเละเป็นเเหล่งการเรียนรู้ของชุมชน

กลุ่มเป้าหมาย ประชาชนทั่วไป ทุกเพศทุกวัย

 
 2.  แหล่งที่มาของศูนย์
http://202.143.131.220/lib01/index.php







กิจกรรม Home Exam ท้ายหน่วยการเรียนรู้ ประเภทของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้

กิจกรรม Home Exam ท้ายหน่วยการเรียนรู้
 1. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ถ้าแบ่งตามกลุ่มเป้าหมายของระบบการศึกษาได้กี่ประเภท อะไรบ้าง จงอธิบาย
ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้มี 3 ประเภท ได้แก่
1.การศึกษาในระบบ (Formal Education)  การศึกษาที่กำหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะ เวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขของการสำเร็จการศึกษาที่แน่นอน
2.การศึกษานอกระบบ (Non-Formal Education) การศึกษาที่จัดให้กับประชาชน ทุกเพศทุกวัย ไม่จำกัดพื้นฐานการศึกษา อาชีพ ประสบการณ์หรือความสนใจมีความยึดหยุ่นในการกำหนดจุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการจัดการศึกษา ระยะเวลาของการศึกษา การวัดผลและ ประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขการสำเร็จการศึกษา โดยเนื้อหาและหลักสูตรจะต้องมีความเหมาะสมสอดคล้องกับวิถีชีวิตและความต้องการของผู้เรียน
3. การศึกษาตามอัธยาศัย (Informal Education)
การศึกษาที่เกิดขึ้นตามวิถีชีวิตที่ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจ ศักยภาพ ความพร้อม และโอกาส
ไม่มีหลักสูตร ไม่มีเวลาเรียนที่แน่นอน ไม่จำกัดอายุไม่มีการลงทะเบียน ไม่มีการสอบ ไม่มีการรับประกาศนียบัตร มีหรือไม่มีสถานศึกษาที่แน่นอน เรียนที่ไหนก็ได
 2. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร  จงอธิบาย
1.การศึกษาในระบบ (Formal Education)  การศึกษาที่กำหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะ เวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขของการสำเร็จการศึกษาที่แน่นอน เช่น โรงเรียน สถานศึกษา มหาวิทยาลัย
2.การศึกษานอกระบบ (Non-Formal Education) การศึกษาที่จัดให้กับประชาชน ทุกเพศทุกวัย ไม่จำกัดพื้นฐานการศึกษา อาชีพ ประสบการณ์หรือความสนใจมีความยึดหยุ่นในการกำหนดจุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการจัดการศึกษา ระยะเวลาของการศึกษา การวัดผลและ ประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขการสำเร็จการศึกษา โดยเนื้อหาและหลักสูตรจะต้องมีความเหมาะสมสอดคล้องกับวิถีชีวิตและความต้องการของผู้เรียน  
3. การศึกษาตามอัธยาศัย (Informal Education)
การศึกษาที่เกิดขึ้นตามวิถีชีวิตที่ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจ ศักยภาพ ความพร้อม และโอกาส
ไม่มีหลักสูตร ไม่มีเวลาเรียนที่แน่นอน ไม่จำกัดอายุไม่มีการลงทะเบียน ไม่มีการสอบ ไม่มีการรับประกาศนียบัตร มีหรือไม่มีสถานศึกษาที่แน่นอน เรียนที่ไหนก็ได

 3. ให้นิสิตหาตัวอย่างศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ประเภทละ 3 ศูนย์ พร้อมบอกสถานที่ตั้ง และกลุ่มเป้าหมายของศูนย์นั้น ๆ พร้อมแหล่งอ้างอิง

 1.การศึกษาในระบบ (Formal Education)
ดรุณสิกขาลัย โรงเรียนนวัตกรรมแห่งการเรียนรู้  ตั้งอยู่ที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
เลขที่ 126 ถนนประชาอุทิศ บางมด ทุ่งครุ กทม กลุ่มเป้าหมาย ได้เเก่ เด็ก เยาวชน นักเรียน ก่อนที่จะเข้ารับ ก่อนศึกษาในระดับอุดมศึกษา


2.การศึกษานอกระบบ (Non-Formal Education) 

ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ตั้งอยู่ที่ อำเภอ บางไทร จังหวัด พระนครศรีอยุธยา  กลุ่มเป้าหมายได้แก่  เกษตรกรที่สนใจฝึกอาชีพเป็นรายได้พิเศษจากช่วงที่ว่างจากงานเกษตร

ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรศูนย์ศิลปาชีพนี้มุ่งฝึกอาชีพเกี่ยวกับงานศิลปหัตถกรรมต่างๆ วิชาที่เปิดสอนให้แก่เกษตรกรได้แก่
การประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากเส้นใยพืช - การแกะสลัก - การจักสาน - การทำตุ๊กตา - การทำดอกไม้ประดิษฐ์ - การทำเครื่องเรือน - การทอผ้า ผลิตภัณฑ์จากผ้า การย้อมสี - ช่างเชื่อมและเครื่องเคลือบดินเผา  





3. การศึกษาตามอัธยาศัย (Informal Education)
มิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ (Museum Siam: Discovery Museum)  ตั้งอยู่ที่  แขวงพระบรมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ  เป็นพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งแรกที่เน้น การสร้างประสบการณ์สดใหม่ในการชมพิพิธภัณฑ์ ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นต้นแบบของ แหล่งเรียนรู้ที่น่ารื่นรมย์ และช่วยยกระดับมาตรฐานการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ ให้กับประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนไทยเกี่ยวกับการสร้างสำนึกในการรู้จัก ตนเอง รู้จักเพื่อนบ้าน และรู้จักโลก รวมถึงการสร้าง แนวคิดและภาพลักษณ์ใหม่ของพิพิธภัณฑ์ในสังคมแห่งการเรียนรู้ ผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ และกิจกรรมสร้าง สรรค์ เพื่อให้การเรียนรู้ประวัติศาสตร์และเรื่องราวต่างๆ เป็นไปอย่างสนุกสนานยิ่งขึ้น ซึ่งประกอบด้วย
     • นิทรรศการถาวร
     • นิทรรศการหมุนเวียน
     • กิจกรรมการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์










เเหล่งอ้างอิง


 http://e-school.kmutt.ac.th/index.php

เอกสารประกอบการเรียนวิชา Learning Resources Center Management อาจารย์ผู้สอน (ว่าที่เรือตรี ดร.อุทิศ บำรุงชีพ)